รู้หรือไม่ การเต้น ช่วยพัฒนาอะไรในตัวคุณได้บ้าง

ด้วยสังคมทุกวันนี้ที่ต่างก็หลอมรวมบุคคลที่มีลักษณะต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน คนทุกคนมักจะมีความชอบ ความสนใจ หรืองานอดิเรกที่เลือกทำในช่วงเวลาว่างที่แตกต่างกัน แต่หนึ่งสิ่งที่น่าสนใจสำหรับงานอดิเรกที่คุณจะได้เคลื่อนไหวร่างกาย และพัฒนาการจัดระเบียบของร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อแขน ขา หน้าท้อง และอื่น ๆ ให้แข็งแรง คงจะหนีไม่พ้น กับ ทักษะการเต้น เพราะการเต้นนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้ใช้ร่างกายคุณ และออกกำลังแทบจะทุกส่วนของร่างกาย และก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีทักษะ หรือ มีพรสวรรค์ทางด้านการเต้น ไม่ใช่ทุกคนที่เต้นได้ เต้นเป็น และไม่ใช่ทุกคนที่เต้นดี คนทุกคนล้วนแต่ต้องฝึกและพัฒนาตัวเองอยู่อย่างเสมอ เพราะนั่นก็คือ อีกหนึ่งพรแสวงทุกคุณเลือกได้ว่าจะเป็นหรือทำอะไรให้ได้ดี

 คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากการเต้นจะช่วยให้คุณรู้สึกสนุกแล้ว ยังช่วยพัฒนาอะไรในตัวคุณได้บ้าง หลายคนอาจคิดว่าชอบเต้นเพราะเป็นเทรนด์ที่สมัยนี้ใคร ๆ ก็เต้นกัน เต้นเพื่อออกกำลังและเผาผลาญไขมันในร่างกาย หรือเต้นเพราะเป็นความชอบและรสนิยมส่วนตัว และไม่ว่าเหตุผลของคุณจะเป็นอะไรก็ตามแต่ การเต้นนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด เพราะไม่ว่าคุณจะเต้นแบบไหนก็ตาม คุณมักจะต้องฝึกการวางท่าของคุณให้ดูดี ดูสมส่วน สง่างาม หลังตรง อกผายไหล่ผึ่ง จึงช่วยเสริมสร้างให้คุณเป็นคนที่มีบุคลิกดี สวยสง่า และเมื่อคุณชอบเต้นจึงเป็นเหมือนแรงดึงดูดให้คุณต้องเข้าสังคม มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนหมู่มากที่ชอบเต้นเหมือน ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นจากงานต่าง ๆ หรือแม้แต่สถานบันเทิงก็ตาม ที่มักจะมีนักเต้นรูปแบบต่าง ๆ มารวมตัวกัน จึงช่วยให้คุณต้องปรับตัวต่อสถานการณ์โดยรอบ และบางทีอาจจะต้องเต้นไปตามจังหวะเพลงนั้น ๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่แนวทางของคุณ แต่มันก็ช่วยให้คุณฝึก และยืดหยุ่นในการเต้นในรูปแบบที่แตกต่างออกไป เพราะคุณจะต้องมีไอเดียที่แปลกมากยิ่งขึ้น ที่พร้อมจะประยุกต์ท่านั้น ๆ ให้เข้ากับบทเพลง มากกว่านั้น อาจกล่าวได้ว่า การเต้นถือว่าเป็นกีฬาที่มีความท้าทายชนิดหนึ่ง ที่ทำให้คุณต้องกระตือรือร้น ที่จะพัฒนาทักษะตัวเองให้เท่าทันกับกระแส และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเปลี่ยน ไม่ว่ากาลเวลาหรือเทรนด์จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนก็ตาม นั่นคือ การที่คุณยังคงความเป็นตัวของตัวเอง และปลดปล่อยตัวเองไปตามจังหวะของเพลงนั้น ๆ โดยมีลักษณะท่าทางเฉพาะของตัวเอง ที่ไม่ต้องตามใคร หรือ กระแสใด ๆ นอกจากนั้น การเต้นยังช่วยให้คุณพัฒนาสติ สมาธิ และปัญญาให้มีความมั่นคง แต่ในขณะเดียวกันก็ว่องไว และไม่เชื่องช้า

ทุกวันนี้มีผู้ปกครองหลายคน ที่ส่งลูก ๆ ไปเรียนเต้นกันเป็นจำนวนมาก เพราะทราบถึงประโยชน์จากการเต้น ว่าจะช่วยพัฒนาศักยภาพในตัวเด็กได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะรู้สึกสนใจ และอยากสนับสนุนให้เด็กมีการเรียนรู้ทักษะการเต้นมากน้อยแค่ไหน อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรละเลยคือ ควรดูว่าเด็กที่คุณจะให้เรียนนั้น มีพรสวรรค์ รวมถึงมีความตั้งใจ ความชื่นชอบ และความสนใจที่จะพัฒนาตัวเองให้มีพรแสวงในการเต้นมากขึ้นจริง ๆ หรือไม่

แอโรบิค ไม่ใช่แค่การออกกำลังเพื่อเฟิร์มร่างกาย แต่ยังมีอีกสารพัดประโยชน์ ที่คุณยังไม่รู้

หลายต่อหลายคน ชื่นชอบเต้นแอโรบิค เพื่อเป็นงานอดิเรก หรือ เพื่อออกกำลังกายเพื่อให้หุ่นเฟิร์มและเผาผลาญไขมันในร่างกายไปในตัว แต่คุณรู้หรือไม่ แท้จริงแล้ว การเต้นแอโรบิคอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเกิดประโยชน์ดังข้างต้นที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีอีกสารพัดประโยชน์ที่คุณจะได้รับ เพราะเซลล์กล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่ห่อหุ้มอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของคุณได้รับการเคลื่อนไหว และ เผาผลาญอยู่เสมอ จนส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของคุณมีการทำงานที่ดีขึ้น และ ยังทำให้สุขภาพร่างกายของคุณแข็งแรงมากขึ้นด้วย

                อาจกล่าวได้ว่า แอโรบิคนั้น แท้จริงแล้วเป็นการออกกำลังกายที่เน้นความต่อเนื่องในการออกกำลัง ไม่เน้นที่จะต้องออกอย่างหนักหน่วง ซึ่งการออกกำลังกายต่อครั้งควรทำอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย ๆ 20 นาทีขึ้นไป เพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ประมาณ 120 – 136  ครั้งต่อนาที และเมื่อคุณออกกำลังกายประมาณ 1 เดือนขึ้นไป จะพบว่าระบบต่าง ๆในร่างกายของคุณจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจนเห็นได้ชัดเจน โดยที่คุณจะเริ่มสังเกตได้ว่า ระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจของคุณลดน้อยลงกว่า 50 %  นอกจากนั้นยังช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะโรคเบาหวาน ลดความดัน คลอเลสเตอรอลในเลือดต่าง ๆ ลงได้เป็นอย่างดี เผาผลาญไขมันร้ายและเพิ่มไขมันดีต่อร่างกาย อีกทั้งยังกระตุ้นระบบประสาทและการทำงานของสมอง ทำให้คุณมีพัฒนาการในด้านความจำ และลดภาวะความจำเสื่อมลงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหากจะกล่าวถึงแง่อารมณ์แล้ว ต้องบอกเลยว่าผู้ที่ออกกำลังกายและเต้นแอโรบิคเป็นประจำมักจะมีอารมณ์ดี กระปรี้กระเปร่า สดชื่น ลดความเครียดที่ต้องพบเจอในเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และยังช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทมากขึ้นอีกด้วย แถมยังมีงานวิจัยตัวหนึ่งของมหาวิทยาลัยมิสซูรี ที่ช่วยสนับสนุนถึงประโยชน์ดังกล่าว และทางสถิติก็ได้ให้การยืนยันออกมาแล้วว่า เพียงแค่คุณออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพียงแค่วันละ 30 นาทีเท่านั้น ก็จะช่วยให้สมองนั้นหลั่งสาร endorphins ช่วยให้อารมณ์คุณดีขึ้นไปอีกกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง แถมยังมีความมั่นใจตนเอง และมี self esteem มากกว่าคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลย อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินหายใจ และภาวะเจ็บป่วยต่าง ๆ รวมถึงโรคมะเร็งที่พบในคนทั่วไปในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ หรือแม้แต่มะเร็งปากมดลูกก็ตาม

                เห็นแบบนี้แล้ว จากนานาประโยชน์ที่ได้รับจากการออกกำลังกาย คงจะช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจให้คุณรักและออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอจนติดเป็นนิสัย หรือ เป็นงานอดิเรกได้ไม่มากก็น้อย เพราะสุขภาพที่ดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้เราก็ต้องเป็นผู้สร้างเอง แถมสิ่งที่เราจะสร้างขึ้นมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์กับตัวคุณทั้งสิ้น แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม ลองทำเป็นประจำ แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิตดี ๆ แบบนี้ คุณก็สร้างมันขึ้นมาเองได้

6 ประโยชน์ที่น่ารู้ สำหรับผู้ที่ชอบขี่ม้า เป็นชีวิตจิตใจ

คนจำนวนไม่น้อยที่รักในการขี่ม้า บ้างก็เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ บ้างก็เพื่อเป็นงานอดิเรก บ้างก็เพื่อออกกำลังกาย หรือบางคนถึงกับลงคอร์สในการฝึกขี่ม้าและใช้เวลาที่มีไปกับการขี่ม้าเป็นประจำเลยทีเดียว อาจกล่าวได้ว่า การขี่ม้า นั้นเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ผู้เล่นจะต้องใช้กำลัง และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนและขา นอกจากนั้นยังต้องมีทักษะที่ดี ในการขี่ การทรงตัว และการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ในการขี่ม้าให้เหมาะสมอีกด้วย การขี่ม้าจึงไม่ใช่เพียงแค่ใครจะขี่ก็ได้ แต่จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยอีกด้วย แล้วคุณรู้หรือไม่ ว่าประโยชน์ของการขี่ม้านั้นมีมากมายมากกว่าที่คุณคิด ดังนี้

1. ฝึกให้เป็นคนมีบุคลิกที่ดี

                การนั่ง และการบังคับม้าให้ไปตามทิศทางต่าง ๆ จะช่วยฝึกให้คุณมีบุคลิกภาพที่ดี เพราะอย่างแรกเลยคุณจะต้องนั่งหลังตรงตลอดเวลา ไม่เอียงไปมา หรือหลังค่อม เพราะจะทำให้การขี่ม้าไม่เกิดประสิทธิผลได้

2. มีวินัย อดทน

                การมีวินัย และความอดทนในการขี่ม้า นับเป็นอีกหนึ่งข้อบังคับในการขี่ม้าที่ถูกต้อง เพราะ หากคุณไม่มีความมีวินัยในการฝึกขี่อย่างเป็นประจำ ก็ไม่สามารถส่งผลให้คุณขี่มันได้ดี อีกทั้งเมื่อคุณขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วนั้น คุณจะต้องพยายามที่จะควบคุมมันให้นำทางคุณไปยังที่ ๆ ปลอดภัย ไม่เดินสะเปะสะปะไปมา อันจะนำมาซึ่งอันตรายสู่ตัวคุณเอง ดังนั้นคุณจึงต้องมีสติ สมาธิ ใจเย็น และความอดทนสูงเลยทีเดียว

3. แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

                ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่คุณไม่สามารถที่จะควบคุมได้ทุกสถานการณ์ ดังนั้น การหมั่นฝึกฝน การเข้าใจถึงอารมณ์ และนิสัยของม้า จะช่วยให้คุณฝึกตัวเองให้เป็นคนช่างสังเกต พร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น คุณก็สามารถที่จะล่วงรู้ และรับมือกับมันได้ โดยไม่ตกใจ หรือประหม่าในยามคับขันนั่นเอง

4. กล้าตัดสินใจต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ

                ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าดีหรือร้าย คุณจะต้องกล้าที่จะตัดสินใจต่อปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาเหล่านั้น และดำเนินเหตุการณ์ทุกอย่างให้ผ่านไปได้ด้วยดี

5. มีความเป็นผู้นำและพัฒนาตนเอง

                การขี่ม้าคือการฝึกให้คุณมีความเป็นผู้นำ เพราะการเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ คุณจะเป็นส่วนสำคัญในการบังคับทิศทางในการก้าวเดินของม้า หากคุณหมั่นพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจริงอยู่ที่การขี่ม้านับว่าเป็นกีฬาที่มีอันตรายเช่นกัน แต่การรู้จักที่จะคิดวิเคราะห์ในสิ่งต่าง ๆ ให้รอบคอบ รวมถึงแก้ไขจุดบกพร่องของตัวเองอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณมีพัฒนาการที่ดีมากขึ้น

6. ชอบในความท้าทาย และพร้อมทะเยอทะยานไปสู่ความสำเร็จ

                การวิ่งของม้า และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คุณต้องเจอ ยามขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น จึงนับว่าเป็นกีฬาอีกหนึ่งชนิดที่มีความน่าสนใจและท้าทายมากเลยทีเดียว และเมื่อคุณทำมันได้ดีในแต่ละรอบ คุณก็ควรที่จะทะยานและพัฒนาให้มันดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

                การขี่ม้า แม้ว่าจะไม่ใช่กีฬาที่ฝึกกันง่าย ๆ แต่เมื่อคุณมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำแล้วละก็ ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อม อีกทั้งยังนำมาซึ่งประโยชน์ต่าง ๆ ที่คุณสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

โบว์ลิ่ง งานอดิเรกยามว่างของคุณ บ่งบอกนิสัยของคุณได้

อีกหนึ่งกีฬายอดนิยมที่คนทุกเพศทุกวัยให้ความสนใจ และนิยมที่จะใช้เวลาว่างมาเล่น หรือแม้แต่บางคนให้ความสำคัญกับโบว์ลิ่งจนกลายเป็นงานอดิเรกเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุยได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รู้สึกท้าทาย และสนุกสนานไปกับการหาหนทางในการเอาชนะในแต่ละรอบให้จงได้ นอกจากนั้นคุณรู้หรือไม่ว่าโบว์ลิ่งนั้นมีประโยชน์ ที่ช่วยฝึกให้คุณเป็นคนในลักษณะต่าง ๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เราลองมาดูกันดีกว่า

1. คนกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ

                อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า โบว์ลิ่งเป็นกิจกรรมที่ท้าท้าย ซึ่งคุณจะต้องคิดและตัดสินใจเลือกหนทางที่จะเอาชนะในแต่ละเกม สิ่งเหล่านี้จะฝึกให้คุณมีสติ มีความคิดที่แน่วแน่ มองเห็นเป้าหมายหลักที่คุณจะต้องพุ่งชน ไม่ใจโลเล เดี๋ยวเอนซ้ายทีขวาที เพราะทุกสถานการณ์ในเกม ล้วนแต่ต้องใช้การตัดสินใจที่เฉียบขาดที่จะช่วยให้คุณฝ่าฟันมันไปให้ได้ เพราะหากคุณไม่มีความมั่นใจ ไม่มองการณ์ไกลถึงเป้าหมายที่วางไว้ละก็ หนทางสู่ชัยชนะก็คงไม่ได้ง่ายแบบที่คุณหวังไว้

2. คนที่ชอบการแข่งขัน อดทน และปรับตัวเก่ง

                เนื่องจากเป็นกีฬาที่ต้องมีการแข่งขันกับตัวเองและผู้อื่นเพื่อที่จะได้ชนะ จึงทำให้คุณต้องมีความกระตือรือร้น วิเคราะห์ถึงคู่ต่อสู้ และวางแผนในการเล่นไว้อย่างดี นอกจากนั้นความอดทน รอจังหวะที่จะได้แต้มต่อ รวมถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าจะมีปัญหาอะไรบ้าง การปรับตัวให้เป็นไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้

3. คนที่มีความทะเยอทะยาน จริงจัง มุ่งไปที่เป้าหมายเพื่อชัยชนะ

                โบว์ลิ่งนั้นเป็นเกมที่มีการแข่งขันกันหลายรอบ จึงต้องอาศัยความพยายาม อุตสาหะ ความจริงจังของผู้เล่นแต่ละคนในทีมเข้าด้วยกันเป็นอย่างดี เพราะหากคุณไม่มีความทะเยอทะยานเพื่อที่จะพุ่งไปยังเป้าหมายที่วางไว้ ก็ยากที่จะนำมาซึ่งชัยชนะ รวมถึงการฝึกฝนตัวเอง และเรียนรู้ พัฒนาทักษะของตัวเองให้มีความสามารถและดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากคุณไม่พร้อมที่จะพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ความประมาทก็จะนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ได้ในที่สุด ดังนั้นแล้ว ความพยายามมุ่งมั่น ที่จะพุ่งไปยังชัยชนะ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเกมนี้ และจะช่วยหล่อหลอมให้คุณเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น จริงจัง ฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดี

4. คนที่สุขุม ใจเย็น มีสติ

                การเล่นโบว์ลิ่งจะช่วยให้คุณมีสติ วิเคราะห์ วางแผน และหากฝึกให้เก่งและเชี่ยวชาญแล้ว จะช่วยให้คุณฝึกสมาธิอยู่เสมอ การที่คุณมีสมาธิที่ดี มั่นคง จดจ่อกับสิ่ง ๆ หนึ่งเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะช่วยให้คุณนิ่ง มีสติ อารมณ์เยือกเย็น สุขุม ไม่กระวนกระวาย ซึ่งช่วยส่งผลให้ในชีวิตประจำวันคุณสามารถนำมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาสติ ความคิด ต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตได้ดีเลยทีเดียว

                โบว์ลิ่ง แม้จะเป็นเพียงแค่เกมส์ กีฬา หรืองานอดิเรกสำหรับใครบางคน แต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นกีฬาที่มีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง ที่ช่วยปรับบุคลิกและความคิดของคุณในหลาย ๆ ด้าน ที่จะช่วยส่งเสริมในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี

5 สถานที่กิน เที่ยว ในกาญจนบุรี หยุดนี้เที่ยวใกล้ ๆ มีดีกว่าที่คุณคิด

กาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่น่าสนใจที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ในลิสต์ของนักท่องเที่ยวและผู้คนมากมายที่อยากจะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ใกล้ ๆ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไกล โดยเฉพาะใครที่อยู่ในกรุงเทพอยู่แล้วนั้น มักจะชื่นชอบและมองหาสถานที่ใกล้ ๆ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก เพื่อไปท่องเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และกาญจนบุรี ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว ที่มีทั้งธรรมชาติ และ คาเฟ่ที่น่าสนใจ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ลองมาดูกันเลย

1. The Village Farm to Café

                หนึ่งในคาเฟ่ในเครือของร้านอาหารที่มีชื่อว่า คีรีมันตรา ชื่อดัง คาเฟ่แห่งนี้นับว่าเป็นคาเฟ่ที่มีความโมเดิร์นมาก ๆ ในกาญจนบุรี ที่มีการออกแบบและตกแต่งในธีมฟาร์ม ซึ่งเข้ากับวิว และบรรยากาศโดยรอบที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาเป็นอย่างดี คาเฟ่แห่งนี้จะทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติสีเขียวขจีอันสดชื่น สวยงาม นอกจากนั้นยังมีบริการอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวานในสไตล์ฟิวชั่นที่พร้อมมาเสิร์ฟให้คุณอย่างจุใจเลยทีเดียว

2. U&ME Cafe

                จุดไฮไลท์ของที่นี่คือ Bird Nest สวย ๆ เก๋ ๆ เหมือนกับที่บาหลีที่เป็นที่โด่งดังเลยทีเดียว ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่ร้านกาแฟแห่งนี้มักจะอดใจไม่ได้ที่จะถ่ายรูปด้วย อีกทั้งบรรยากาศโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา หรือ อากาศที่บอกเลยว่าเย็นสบายสุด ๆ

3. หมู่บ้านมอญ ท่าเสา

                แม้ว่าที่นี่จะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่คนในชุมชนแห่งนี้ต่างก็มาปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัยกัน แถมยังมีโรงเรียนภายในหมู่บ้านที่มักจะสอนภาษาที่นอกจากภาษาไทย นั่นคือ ภาษามอญให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวัดมอญ ที่ให้คนในหมู่บ้านกราบไหว้ และทำบุญอยู่เสมอ    

4. ทองผาภูมิ

                ใครก็ตามที่เป็นสายนักเดินทาง นักผจญภัย คงจะไม่พลาดที่จะมาใกล้ชิดและสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงามของขุนเขาแห่งนี้ เพราะต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเลยก็ว่าได้ ทองผาภูมินั้น เป็นอุทยานแห่งชาติที่เปิดให้ผู้คนเข้ามาชมวิวจากมุมยอดเขาสูง สูดรับเอาอากาศดี ๆ เข้าไปเต็มปอด และก็ไม่ใช่ง่าย ๆ ว่าจะเข้าก็เข้าไปได้เลย เพราะที่นี่เค้าต้องต่อคิวกันเข้าชมกันเป็นเดือน หรืออาจถึงปีเลยทีเดียว

5. ถ้ำกระแซ

                อาจกล่าวได้ว่า ถ้ำกระแซ นับว่าเป็นบริเวณที่มีจุดที่สวยที่สุดและอันตรายที่สุดอยู่ในที่เดียวกัน เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินรถไฟ ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง จนถูกขนานนามว่า เป็น ทางเดินรถไฟสายมรณะ กันเลยทีเดียว ถ้ำแห่งนี้ เคยเป็นที่พักของเชลย สมัยที่มีการต่อสู้กันในสงครามระหว่างไทยและพม่า และภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปถูกประดิษฐานอยู่ อีกทั้งข้าง ๆ หน้าที่ติดหน้าผายังมีวิวอันสวยงาม ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอีกด้วย

                การเดินทางไปยังกาญจนบุรี หากนับจากกรุงเทพแล้ว ไม่ไกลเลย เพียงแค่สองชั่วโมงกว่าเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การคำนวณถึงระยะเวลา ระยะทาง และการเตรียมความพร้อมของรถให้ดีก่อนการเดินทาง ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยสำหรับผู้เดินทาง เพราะไม่ว่าสถานที่ที่คุณจะไปนั้นจะใกล้หรือไกลมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักถึงคือ ความปลอดภัยของตัวคุณเอง

หนาวนี้ที่เชียงราย กับ 5 สถานที่แนะนำ อากาศดี ๆ แบบนี้ ฟินไปอีกนาน

สูงสุดในแดนสยาม คงจะไม่ใช่จังหวัดใด นอกจาก เชียงราย เมื่อหน้าหนาวใกล้เข้ามาเยือน จังหวัดที่ฮิตติดชาร์ตในการท่องเที่ยวเพื่อไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตกับความหนาวเย็น ที่ในตัวเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพคงจะหาไม่ได้เลย เชียงรายเป็นจังหวัดที่เราไม่ควรมองข้าม ด้วยประการใด ๆ ก็ตาม เพราะมีบรรยากาศที่ดี ล้อมรอบด้วยธรรมชาติสีเขียวขจี และยังเป็นที่พักผ่อนผ่อนคลายกายใจของคนมากมาย ในทุก ๆ ปี ผู้คนมักจะมาเชียงรายช่วงหน้าหนาว เพื่อมาสัมผัสอากาศหนาวเย็นสักครั้ง โดยไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ แต่คุณรู้หรือไม่ ว่ามีที่ไหนบ้าง ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การไปสัมผัส สำหรับสาย Adventure นี่ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด

1. ภูชี้ฟ้า

                ถ้าจะพูดถึงเทือกเขาที่สูงที่สุดในดอยผาหม่น ต้องที่นี่เลย ภูชีฟ้า ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1628 เมตร โดยเทือกเขาแห่งนี้อยู่ติดกับชายแดนลาว และมีจุดเด่นอยู่ที่จะมีลักษณะหน้าผาที่ยอดจะมีปลายแหลมชี้ยาวพุ่งไปทางประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเทือกเขานี้ ช่วงฤดูหนาวที่นี่จะมีทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามกว่าเดิม และจากบรรยากาศโดยรอบแล้ว มักจะ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ขึ้นมาสัมผัสเพื่อชมวิวในช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ตก นอกจากนั้นระหว่างทางที่คุณจะขึ้นไปยังจุดชมวิวของภูชี้ฟ้าแล้วนั้น หากคุณมาในช่วงปลายเดือนมกราคมแล้วละก็ คุณอาจจะเจอกับดอกพญาเสือโคร่ง ซึ่งถือว่าเป็นดอกซากุระของเมืองไทย ขึ้นอยู่ระหว่างทาง สีสันสวยงดงามมากเลยทีเดียว

2. ดอยผาตั้ง

                ด้วยความสูงที่พอ ๆ กับภูชี้ฟ้า ตลอดทั้งปีจึงถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอก ที่นี่จะมีหมู่บ้านวัฒนธรรมของชาวจีนฮ่อ และชาวม้ง มาปลูกบ้านอาศัยอยู่กัน ซึ่งจะมีวิถีชีวิตแบบท้องถิ่นดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงยังมีดอกซากุระที่เป็นจุดไฮไลท์ดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งยังมีผักผลไม้ในเมืองหนาวมาวางจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวมากมาย

3. ดอยหัวแม่คำ

                หากคุณอยากจะมาเที่ยวชมทุ่งดอกบัวตอง คงจะต้องเป็นที่นี่แล้ว ซึ่งดอยหัวแม่คำนั้นตั้งอยู่ตรงตะเข็บชายแดนระหว่างประเทศไทยและพม่า อีกทั้ง ทุ่งช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวมากมายต่างก็มาเพื่อมาชื่นชมทุ่งดอกบัวตองที่กำลังบานสะพรั่งอย่างสวยงาม ทำให้คุณ ๆ อดใจไม่ไหวที่จะชักภาพเลยทีเดียว

4. Singha Park

                สิงห์ ปาร์ค มีอีกชื่อหนึ่งที่คนรู้จักกันในนามว่า ไร่บุญรอด ด้วยเนื้อที่กว่า 8000 ไร่ พร้อมทั้งอากาศเย็นสบายช่วงหน้าหนาว นอกจากนั้นยังมีไร่ชา การทำผัก ผลไม้แบบออร์แกนิค และสวนดอกไม้ต่าง ๆ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม อีกทั้งทุกปีช่วงหน้าหนาว ทางสิงห์ ปาร์ค มักจะจัดคอนเสิร์ตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มาสนุกสนาน ครึกครื้นกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

5. สวนแม่ฟ้าหลวง

                นับว่าเป็นสวนดอกไม้ที่รวบรวมพืชเมืองหนาวมาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ทุก ๆ ปีจะมีการปลูกดอกไม้หมุนเวียนกันแทบไม่ซ้ำชนิด จึงทำให้ไม่ว่าคุณจะมาปีละครั้ง ความรู้สึกก็แตกต่างกันออกไป อีกทั้งที่นี่ยังมีกิจกรรม Tree Top Walk ที่ให้สายนักผจญภัยมาลองสัมผัสกับประสบการณ์ทางธรรมชาติ ที่น่าสนใจ และสร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับคุณและครอบครัวได้เป็นอย่างดี    

                เห็นอย่างนี้แล้ว คุณคงจะพบแล้วว่าเชียงรายนั้นเป็นจังหวัดที่น่าสนใจ อีกทั้งนอกจากสถานที่ดังกล่าวแล้วนั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย การเดินทางท่องเที่ยวในไทย เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ ที่จะมอบประสบการณ์อันมีค่าให้กับคุณ โดยที่ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกลเลยทีเดียว

5 ที่เที่ยวสุดฮิป ในเชียงใหม่ ไม่ไปไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะคุยกันเค้าไม่รู้เรื่อง

ขึ้นชื่อว่า เชียงใหม่ ต้องบอกเลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จักจังหวัดนี้ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีเสน่ห์และขึ้นชื่อเรื่องเมืองท่องเที่ยวสุดฮิป เอาใจสายชิค สายคูล อย่างวัยรุ่นสมัยนี้ ด้วยความเจริญทางศิลปวัฒนธรรม อาหารการกิน คาเฟ่ที่อาจกล่าวได้ว่า แทบจะล้นเมืองเลยทีเดียว ทุกอย่างที่เป็นเชียงใหม่จึงถูกผสมผสานกันอย่างลงตัว ในวันนี้ทางผู้เขียนมีสถานที่เที่ยวสุดฮิปเอาใจสายท่องเที่ยวทั้งหลาย ทั้งไทยและต่างชาติที่เมื่อมาเยือนสถานที่เหล่านี้เป็นต้องติดใจ ชักภาพ และแชร์กันแทบทุกคน ซึ่งจะมีที่ไหนบ้าง เรามาดูกันดีกว่า

1. One Nimman

                คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ของเชียงใหม่ ที่นับได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คที่ใหม่ของจังหวัด ด้วยการออกแบบโดยนำเอาสถาปัตยกรรมแบบยุโรปมาผสมผสานกับศิลปะ วัฒนธรรม ความเป็นล้านนาได้อย่างลงตัว ภายในโครงการแห่งนี้มีร้านอาหาร ร้านกาแฟสุดชิค แกลลอรี่ และร้านค้าต่าง ๆ มากมาย แต่ที่ดึงเอาเสน่ห์ของที่นี่ไว้ได้เป็นอย่างดี คงจะหนีไม่พ้นความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละร้านที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีเลยทีเดียว

2. ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่

                นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจำนวนมากล้วนแต่หลงเสน่ห์ของถนนคนเดินท่าแพ ซึ่งเป็นถนนคนเดินประจำจังหวัดที่นี่ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางเมือง เข้าออกได้หลายทิศทาง สินค้าที่นำมาวางขายก็ล้วนแต่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ มีความล้านนา แถมยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวชนบทได้เป็นอย่างดี นอกจากของซื้อ ของฝาก สินค้าแฮนด์เมดแล้ว ยังมีของกินหลากหลายมาก ๆ เรียกได้กินให้จุใจได้ทั้งคืน หรือจะซื้อกลับไปฝากก็ยังไม่หมด เพราะมีให้เลือกสรรเยอะมากจริง ๆ นอกจากนั้นตลอดทางที่เดินเที่ยวเล่นนั้น ก็จะมีเสียงดนตรีล้านนาเล่นไปตลอดทาง ได้กลิ่นอายความเป็นไทยอย่างสุดแสนจะลงตัว

3. แม่กำปอง

                ที่แห่งนี้ ขึ้นชื่อในด้านธรรมชาติที่สวยงาม และร้านกาแฟที่เหมือนกับว่าคุณได้หลุดเข้าไปยังอีกโลกหนึ่งของการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์เลยทีเดียว และเนื่องจากการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและบรรยากาศที่สุดแสนจะสดชื่นนี้ จึงทำให้แม่กำปองตั้งอยู่สูงจากพื้นถนนมากเลยทีเดียว ซึ่งก็สร้างความลำบากให้กับผู้เดินทางได้พอตัว แต่เพื่อแลกกับการไปสัมผัสธรรมชาติที่ดีงามแบบนี้แล้วละก็ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับบอกว่าคุ้ม และคุ้มค่าแก่การไปอย่างแน่นอน

4. โครงการบ้านข้างวัด

เป็น Community mall ที่มีคอนเซ็ปต์โดยเน้นสไตล์ของความเป็นพื้นเมืองหรือเมืองเก่าในการออกแบบ ภายในค่อนข้างร่มรื่น มีที่นั่งเล่น นั่งชิล รวมถึงร้านอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ งานอาร์ตต่าง ๆ และ ของแฮนด์เมดที่มีวางขายให้แก่นักท่องเที่ยว

5. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์    

ที่สุดท้ายนี้ เชื่อได้ว่า คุณน่าจะเคยเห็นเหล่า Hipster ลงรูป เช็คอินกับพรรณไม้ไทยในสวนแห่งนี้กันอย่างมากมาย โดยเฉพาะโซนกล้วยไม้ และ ต้นกระบองเพชร รวมถึงการชมธรรมชาติในสวนลอยฟ้า ที่คุณสามารถเดินเล่น ชมวิว แบบชิว ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมทั้งถ่ายรูปอัพเดทลงโซเชียลอย่างเก๋ไก๋ ตอบโจทย์ชาวฮิปได้อย่างลงตัว

                จะเห็นได้ว่า เชียงใหม่ นั้นเป็นเมืองที่มีการผสมผสาน สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะศิลปะและวัฒนธรรมไทยล้านนาที่ได้ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังรุ่นต่อ ๆ ไปได้อย่างดี และเชื่อได้ว่า จังหวัดนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่อยากมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ เก็บไว้เป็น Guideline ได้ไม่มากก็น้อย

5 ตลาดน้ำน่าเดิน บรรยากาศดี ของกินเด็ด ราคาโดนใจ

สถานที่ท่องเที่ยวในไทยนั้น ถ้านอกจากแหล่งบันเทิง สร้างสีสัน ชีวิตชีวา และ แหล่งธรรมชาติที่มอบความสุนทรีย์และผ่อนคลาย จากบรรยากาศดี ๆ รอบตัวแล้วนั้น อีกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวอย่างตลาดน้ำในไทย ก็คงเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับคนที่ชื่นชอบเดินผ่อนคลาย หาของกินราคาไม่แพง แถมยังรวมบรรยากาศของความเป็นไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ในไทยนั้น หากจะกล่าวกันตามจริงแล้ว มีตลาดน้ำมากมายที่น่าสนใจและดึงดูดผู้คน ทั้งพ่อค้าแม่ค้า และลูกค้าเอง แต่ในบทความนี้จะแนะนำ 5 ตลาดน้ำที่เด็ด และ น่าสนใจ ตอบโจทย์คนมากมาย ดังนี้

1. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

                หากจะมองหาตลาดน้ำที่มีความเป็นตลาดน้ำอย่างแท้จริง คงจะหนีที่นี่ไม่พ้น ด้วยความที่ที่นี่จะเน้นความเรียบง่าย ให้เข้ากับชีวิต และไลฟ์สไตล์ของชาวบ้านที่นิยมมาขายของกันริมสองฝั่งข้างคลองน้ำ มีเรือพายสัญจรไปมา ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 1 กรุงเทพนี่เอง ภายในตลาดจะแบ่งเป็นโซน ๆ ประมาณ 5 โซนหลัก ๆ ของที่ขายในตลาดก็ครบครันมีทุกอย่างหวาน คาว และความคึกคัก เป็นกันเอง ส่วนเรื่องรสชาติก็จะเป็นดั้งเดิมแบบชาวบ้าน ซึ่งอร่อยและมีรสชาติละมุนลิ้นเลยทีเดียว

2. ตลาดน้ำขวัญเรียม

                ใครที่อยู่แถวเสรีไทย กรุงเทพ คงจะไม่พลาดตลาดนี้เป็นแน่ เพราะตลาดแห่งนี้มีทั้งหมดสองฝั่งของคลองแสนแสบ และอยู่ติดกับวัดบางเพ็งใต้ที่มักจะเห็นคนมาปล่อยนกปล่อยปลา ให้อาหารปลา และช่วยไถ่ชีวิตโคกระบือเป็นประจำ อาหารที่นี่ก็มีหลากหลายมากมายให้ได้เลือกสรร ด้วยความที่ตลาดแห่งนี้มีสองชั้น จึงมีลิฟต์ให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุอีกด้วย  สำหรับที่จอดรถ ต้องบอกว่ากว้างขวางมาก ๆ เพราะสามารถใช้ที่จอดรถของวัดเดินเชื่อมเข้าไปที่ตลาดได้อย่างสะดวกสบาย

3. ตลาดน้ำอัมพวา

                ที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามนั้นมีชื่อเสียงมานานแล้ว เพราะเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ มีผู้คนให้ความสนใจ ขายของกันมากมายทั้งอาหารคาวมากมาย อาหารทะเล ของหวานก็มีแทบจะทุกชนิด โดยเฉพาะของหวานของไทยที่อาจจะหาทานที่อื่นค่อนข้างลำบากซะหน่อย แต่ที่นี่มีให้ครบเลยจบในที่เดียว

4. ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

                นับว่าเป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีเลยทีเดียว ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงของจังหวัดราชบุรี ซึ่งร้านส่วนมากก็จะมีทั้งบนบก และทางน้ำก็จะมีเรือพายสวนกันไปมามากมาย ทั้งของกิน ของใช้ อีกทั้งยังเป็นตลาดที่ถือว่ามีชื่อเสียงและโด่งดังมากในสายตานักท่องเที่ยว

5. ตลาดน้ำ 4 ภาค

                จากชื่อก็พอจะเดาได้ ว่า ตลาดนี้มีการขายของ โดยมีคอนเซ็ปต์อยู่ที่มีครบทั้ง 4 ภาค เมื่อคุณมาที่นี่ก็ตอบโจทย์คุณในทุก ๆ ด้าน ซึ่งรวมทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก ที่เน้นเอาความเป็นไทยต่าง ๆ มาผสานกันอย่างลงตัวเลยทีเดียว

                แม้ว่าตลาดน้ำแต่ละที่ จะมีเสน่ห์ที่ดึงดูดใจและสายตาลูกค้าในลักษณะที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ การสืบสานวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของความเป็นไทย ที่คนรุ่นหลังควรจะช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่กับเมืองไทยไปอีกตราบนานเท่านาน

5 แหล่งท่องเที่ยวทุ่งนา ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี ธรรมชาติอันงดงามคู่ประเทศไทย

ประเทศไทยคงต้องบอกว่า มีสถานที่เที่ยวธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ชาติใดเลยทีเดียว โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ที่คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจกับธรรมชาติ สีเขียวขจี สูดรับลมหายใจอันสดชื่นเข้าไปเต็มปอดจากบรรยากาศรอบตัวมากขึ้น รวมถึงได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ไปกับความสงบ ร่มรื่น ได้พักผ่อนจากการทำงานอันเหนื่อยล้าอย่างเต็มเปี่ยม วันนี้จึงอยากมาแนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ สีเขียวสดชื่น พร้อมสัมผัสประสบการณ์และปลดปล่อยอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะมีที่ไหนบ้าง เราไปดูกันเลย

1.บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

                เป็นหมู่บ้านของชาวจีนยูนนาน ที่มีบรรยากาศร่มรื่น เขียวขจี ซึ่งถูกโอบล้อมไว้ด้วยหุบเขาขนาดใหญ่ อากาศของที่นี่ดีมาก ๆ เย็นสบายสุด ๆ เกือบจะทั้งปีเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าคุณมาท่องเที่ยวที่นี่ในช่วงหน้าหนาวก็เตรียมตัว เตรียมเสื้อผ้าหนาว ๆ มาหน่อยนึงก็ดี เพราะอากาศที่นี่ในช่วงนั้นจะหนาวกว่าช่วงอื่น ๆ มากเลยทีเดียว เนื่องจากว่าตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลลึกกว่า 1776 เมตร อีกทั้งที่นี่ยังมีการปลูกไร่ชาเป็นกิจกรรมพื้นบ้านยอดนิยมของที่นี่อีกด้วย ด้วยบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก ความสวยงามของทะเลสาบ และความร่มรื่นจากธรรมชาติสีเขียวของที่นี่ นั้นต้องบอกเลยว่า ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพัก พร้อมรับเอากลิ่นอายจากธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี

2.ปัว จังหวัดน่าน

                ถ้าจะนึกถึงการใช้ชีวิตที่สุดแสนจะเรียบง่าย แบบท้องถิ่นสุด ๆ คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก ปัว เพราะด้วยทุ่งนาที่คุณสามารถมาผ่อนคลายอารมณ์ได้เต็มที่ ซึ่งสถานที่แห่งนี้นั้นมีกลิ่นอายของธรรมชาติที่แฝงตัวอยู่ทุกหนแห่ง และยังถูกล้อมรอบด้วยขุนเขา จึงให้ความรู้สึกของความสงบและส่วนตัวเป็นที่สุด อีกทั้งที่นี่ยังมีโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพักหลากหลายสไตล์อีกด้วย

3.บ้านป่าบงเบียง จังหวัดเชียงใหม่

                จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติมาช้านาน ซึ่งสถานที่ที่จะแนะนำนี้ คงจะหนี บ้านป่าบงเปียงไปไม่พ้น เพราะไฮไลท์ของที่นี่คือ ทุ่งนาที่ไล่ระดับเป็นขั้นบันไดนั่นเอง ซึ่งมีบรรยากาศของทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่เป็นตัวดึงดูดชั้นดี แก่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ นอกจากนั้นหากคุณอยากจะมาชมบรรยากาศของนาข้าวสีเหลืองทอง คงจะต้องมาช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ นั่นคือ ช่วงเดือน 7 ถึง เดือน 10 ของทุกปี ซึ่งบอกเลยว่าจะมอบประสบการณ์จากธรรมชาติอันงดงามให้ตราตรึงในใจคุณอย่างไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

4.ไร่ชาฉุยฟง จังหวัดเชียงราย

                หนึ่งในสถานที่ยอดฮิตในเชียงราย ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศชื่นชอบและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ก็คือ ไร่ชาฉุยฟง นั่นเอง จากชื่อก็คงจะรู้ว่าที่นี่เน้นการทำไร่ชาค่ะ แต่เป็นการทำไปตามแนวของภูเขา ซึ่งจะทำให้คนที่มาท่องเที่ยวมองเห็นวิวของไร่ชา ไปพร้อม ๆ กับวิวของภูเขาที่รายล้อมอยู่ด้วยหลังเป็นสีเขียวขจีตรึงตราเป็นอย่างมาก จนคุณอดใจไม่ได้ที่จะต้องชักกล้อง หรือ โทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปอย่างแน่นอน

5. มีนาคาเฟ่ จังหวัดกาญจนบุรี

                ที่นี่เป็นทั้งทุ่งนาอันกว้างขวาง สุดลูกหูลูกตา ที่คุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในการมองเห็นสถานที่ธรรมชาติอันสวยงาม สงบ ร่มเย็น พร้อมชมวิวของวัดถ้ำเสือที่อยู่ด้านหลัง และยังมีสะพานไม้ขนาดยาวที่ได้สร้างขึ้นมาเอาใจนักท่องเที่ยวให้เดินชมวิวและถ่ายรูปเช็คอินกันอย่างหนาแน่น ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ อีกทั้งยังมีคาเฟ่บริการแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ที่สำคัญ เดินทางจากกรุงเทพเพียงแค่สองชั่วโมงกว่าเท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการเที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพเป็นอย่างดี

                อาจกล่าวได้ว่า ประเทศไทยนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ อีกมากมายเลยทีเดียว เพราะจริง ๆ แล้วยังมีสถานที่เที่ยวทุ่งนาที่สวยงามอีกมาก และจากสถานที่ดังกล่าวเราได้เลือกที่เด็ด ๆ ที่ผู้คนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากมาแนะนำ ซึ่งหากคุณได้ลองเข้าไปสัมผัสบรรยากาศสักครั้งหนึ่ง อาจจะไม่อยากกลับเข้าไปเผชิญชีวิตอันแสนจะวุ่นวายในเมืองอีกเลยก็เป็นได้

ชวนไปท้าลมหมอก ชมบรรยากาศ กับ 5 จุดเช็คอินในเขาค้อ

ถ้าอยากไปชมหมอกแต่ไม่อยากไปไกลถึงเชียงใหม่ ก็สามารถมาเที่ยวใกล้ ๆ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ ยิ่งช่วงหน้าฝนที่กำลังจะมาถึงก็ควรพาตัวเองไปชมทะเลหมอกที่เขาค้อกันสักครั้ง เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มาแล้วรับรองเลยว่าไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน

                ทุ่งกังหันลม เขาค้อ

                ทุ่งกังหันลม ถือว่าเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เป็นแลนมาร์คสำคัญที่ต้องพาตังเองมาเช็คอิน มาถึงเราจะเห็นกังหันลมขนาดยักษ์ตั้งอยู่เรียงกันบนเนินเขาสูงและยังมีดอกไม้ให้เราได้ถ่ายรูปเล่นกันอีกด้วย ไม่เท่านั้นยังมีรถรางให้เราได้เล่นซึ่งเสียค่าเช่าแค่ 40 บาทเท่านั้น ทุ่งกังหันลมมีมุมถ่ายรูปเยอะมากเนื่องจากอยู่บนเนินเขา เราจะเห็นวิวทิวทัศน์ได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว เรียกว่าเก็บภาพยังไงก็ไม่มีวันหมด

                วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เขาค้อ

                จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือพระพุทธรูปสีขาวซ่อนกัน เป็นไฮไลท์หลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาถ่ายรูปและสักการะซึ่งมีความยิ่งใหญ่และสวยงามมาก เราสามารถมองเห็นพระพุทธรูปได้จากระยะไกลและยังมีจุดชมวิวให้เราได้ชมด้วย ตัววัดถูกสร้างด้วยกระเบื้องและหินสีต่าง ๆ ซึ่งก็ดูแปลกตาและก็ดูสวยไม่แพ้กัน วัดตั้งอยู่บนเนินเขาไม่สูงมากนัก เมื่อลงมาจากเขาค้อแล้วก็แวะมาสักการะได้

                น้ำตกศรีดิษฐ์ เขาค้อ

                เขาค้อไม่ได้มีแค่ทะเลหมอกเพียงอย่างเดียว ยังมีธรรมชาติอื่น ๆ ที่เราจะต้องไปเยือนให้ได้ นั้นก็คือน้ำตกศรีดิษฐ์ น้ำตกเรียงเป็นชั้นสลับซับซ้อนเพิ่มความสวยเวลาน้ำไหลผ่าน เราสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ตลอดทั้งปี เพราะมีน้ำไหลตลอด ถ้าหิวก็มีร้านค้าให้ฝากท้องกันด้วย ถ้าอยากมาพักผ่อนหย่อนใจหรืออยากคลายร้อน ก็แนะนำที่นี่เลย

                Pino Latte

                ร้านกาแฟที่ธรรมชาติสวยและวิวดีมาก เพราะเห็นวิวรอบข้างชัดเจน ไม่เท่านั้นยังเห็นวิวของวัดผาซ่อนแก้วอีกด้วย ร้านถูกตกแต่งอย่างทันสมัย มีสวนดอกไม้ไว้ให้ถ่ายรูป มีป้ายเก๋ ๆ ให้เหล่านักท่องเที่ยว ได้มาเซลฟี่อย่างจุใจ แล้วที่นี่ไม่ใช่มีแค่ร้านกาแฟอย่างเดียว ถ้าใครอยากมาพักผ่อนก็มีที่พักให้บริการ แต่แนะนำจองล่วงหน้าก่อนมาเที่ยว แล้วจะได้ชมวิวและบรรยากาศหลักล้านแน่นอน

                 ร้านเลอ บอนเนอร์

ร้านเบเกอรี่ที่ควรมาแวะ เพราะได้เห็นวิวผ่านกระจกบานใหญ่ การเดินทางก็ไม่ยาก ถ้าใครมาเที่ยววัดผ่าซ่อนแก้วแล้วละก็ ก็สามารถแวะมาร้านนี้ได้อีกเหมือนกัน มานั่งชมบรรยากาศชิลล์ จิบน้ำ ทานเค้ก แถบคนไม่เยอะมากด้วย หรือถ้าไม่อยากกินอาหารหวานก็มีอาหารคาวให้นักท่องเที่ยวได้ทานเหมือนกัน

                มาเที่ยวเขาค้อ นอกจากจะได้ชมทะเลหมอกอย่างอิ่มใจแล้ว ก็มีอีกหลายสถานที่ที่ควรมาเช็คอิน มาชมบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน แถบอยู่ไม่ไกล ค่าใช้จ่ายไม่สูง แถมได้บรรยากาศเกินราคา มาแวะเที่ยวกันนะ